ปัญหาการสูญเสียฟันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยตรง ทั้งการเคี้ยวอาหาร การออกเสียง บุคลิกภาพ และความมั่นใจ หลายคนที่สูญเสียฟันอาจเลือกใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ในช่วงแรก แต่เมื่อใช้งานจริงกลับพบปัญหาหลายอย่าง เช่น ฟันปลอมหลวม เคลื่อนขณะพูด หรือเคี้ยวอาหารได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ข่าวดีคือ ในปี 2569 สำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับเพิ่มสิทธิด้านทันตกรรมครั้งใหญ่ และหนึ่งในสิทธิที่ได้รับการอัปเดตคือ “รากฟันเทียม ประกันสังคม” ที่ครอบคลุมมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

รากฟันเทียม คืออะไร
รากฟันเทียม (Dental Implant)คือ การทดแทนฟันที่สูญเสียไปด้วยวัสดุที่ทำหน้าที่เสมือน รากฟันจริง โดยทันตแพทย์จะทำการฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร จากนั้นจึงติดตั้งครอบฟันด้านบนเพื่อให้สามารถใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ
วัสดุที่ใช้ทำรากฟันเทียมส่วนใหญ่มักเป็นไทเทเนียม เพราะสามารถยึดติดกับกระดูกได้ดี มีความแข็งแรงสูง และรองรับแรงบดเคี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน รากฟันเทียม ถือเป็นหนึ่งในวิธีรักษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ที่สูญเสียฟัน เพราะช่วยให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ทั้งในเรื่องการรับประทานอาหาร การพูด และรอยยิ้ม
ประกันสังคม ทำรากฟันเทียมได้ไหม?
ได้แน่นอน เพราะในปีนี้ 2569 สำนักงานประกันสังคมได้มีการเพิ่มสิทธิด้านรากฟันเทียมให้ครอบคลุมมากขึ้น สำหรับผู้ประกันตนที่เข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ถือเป็นการยกระดับสิทธิด้านทันตกรรมครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมา รากฟันเทียมโรงบาลรัฐ หรือการรักษาประเภทนี้ มักมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ง่าย
สิทธิใหม่นี้จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้มากขึ้น
รากฟันเทียม ประกันสังคม ล่าสุด ครอบคลุมอะไรบ้าง
สำนักงานประกันสังคมประกาศเพิ่มสิทธิด้านรากฟันเทียม สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก และไม่สามารถใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ โดยสิทธิที่ครอบคลุมประกอบด้วย
- ค่าผ่าตัดฝังรากฟันเทียม 17,500 บาท
- ค่าชุดรากฟันเทียม 3,300 บาท
- ค่าติดตามผลหลังการรักษา
ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างมาก เพราะโดยทั่วไปการทำรากฟันเทียมมีราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนซี่และประเภทของวัสดุที่ใช้
แม้จะมีการขยายสิทธิใหม่ แต่ก็ยังมีเงื่อนไขในการใช้สิทธิอยู่ โดยผู้ที่สามารถใช้สิทธิได้จะต้องเป็น
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39
- ส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์ที่กำหนด
- มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าไม่สามารถใช้ฟันปลอมแบบถอดได้
นอกจากนี้ ทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพช่องปาก กระดูกขากรรไกร และความเหมาะสมของการรักษาอีกครั้งก่อนเริ่มทำรากฟันเทียม

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม มีขั้นตอนยังไง
หลายคนที่สนใจรักษาอาจสงสัยว่า ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม มีอะไรบ้าง และใช้เวลานานไหมอโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
- ตรวจประเมินและวางแผนการรักษา
ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพช่องปาก พร้อมเอกซเรย์หรือสแกน 3 มิติ เพื่อประเมินสภาพกระดูกและวางแผนตำแหน่งการฝังรากฟันอย่างละเอียด ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น
- ผ่าตัดฝังรากฟันเทียม
เป็นขั้นตอนการฝังรากเทียมลงในกระดูกขากรรไกร โดยทำภายใต้การฉีดยาชา จึงแทบไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ
- รอให้รากฟันยึดติดกับกระดูก
หลังการฝังรากฟัน จะต้องใช้เวลาประมาณ 2–4 เดือน เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกอย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะมีผลต่อความแข็งแรงในระยะยาว
- ติดตั้งครอบฟัน
เมื่อรากฟันแข็งแรงดีแล้ว ทันตแพทย์จะติดตั้งครอบฟันที่ออกแบบให้มีสีและรูปร่างใกล้เคียงฟันธรรมชาติ จากนั้นจึงสามารถใช้งานได้ตามปกติ
ผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เจ็บไหม?
ระหว่างการรักษาจะมีการฉีดยาชา ทำให้แทบไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีเพียงแรงกดหรือความตึงเล็กน้อยเท่านั้น หลังทำอาจมีอาการบวม ปวด หรือระบมได้บ้างในช่วง 2–3 วันแรก แต่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของทันตแพทย์
รากฟันเทียม เหมาะกับใคร
- ผู้ที่สูญเสียฟัน 1 ซี่หรือหลายซี่
- ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว
- ผู้ที่มีสุขภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกรแข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ก่อนรักษาจะต้องได้รับการประเมินจากทันตแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และใช้วิธีการผ่าที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด
รากฟันเทียมโรงพยาบาลรัฐ กับคลินิกเอกชน ต่างกันไหม?
หลายคนอาจลังเลว่าจะเลือกทำ รากฟันเทียมโรงพยาบาลรัฐ หรือคลินิกเอกชนดี
โรงพยาบาลรัฐมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า และรองรับสิทธิประกันสังคมได้ชัดเจน แต่บางแห่งอาจมีระยะเวลารอคิวค่อนข้างนาน
ส่วนคลินิกเอกชนมักสะดวกกว่า มีเทคโนโลยีทันสมัย และใช้เวลานัดหมายรวดเร็ว แต่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่า การเลือกจึงขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความสะดวก และความต้องการของแต่ละคน
ทำรากฟันเทียม คลินิกไหนดี?
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่า ทำรากฟันเทียม คลินิกไหนดี การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีทีมทันตแพทย์ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการฝังรากฟันเทียมเป็นทันตกรรมที่ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการวางแผนการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างแข็งแรงในระยะยาว
คลินิกรากฟันเทียม Dio Dental Clinic ได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้ารับบริการจำนวนมาก ด้วยการให้บริการด้านทันตกรรมรากฟันเทียมแบบครบวงจร โดยมีทีมทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ วางแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามผลหลังทำ
ทางคลินิกมีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลและเครื่องมือทันสมัยเข้ามาช่วยในการรักษา เช่น การเอกซเรย์ 3 มิติ และระบบวางแผนตำแหน่งรากฟันเทียมแบบดิจิตอล ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และทำให้การฝังรากฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอาการบวมและระยะเวลาพักฟื้นในบางกรณีได้อีกด้วย
หากคุณกำลังมองหาคลินิกทำรากฟันเทียมที่ทั้งทันสมัย ปลอดภัย และดูแลอย่างมืออาชีพ Dio Dental ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับการทำรากฟันเทียม และทันตกรรมอื่นๆ
บทสรุป
อัปเดตสิทธิ รากฟันเทียม ประกันสังคม ปี 2569 ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนอย่างมาก เพราะช่วยให้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาระยะยาว แม้การทำรากฟันเทียมจะเป็นหัตถการที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่หากได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ และดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานและใกล้เคียงฟันธรรมชาติที่สุด
สิ่งสำคัญคือการตรวจประเมินกับทันตแพทย์ก่อนรักษา เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพช่องปากและงบประมาณของตัวเองมากที่สุด