รากฟันเทียม คืออะไร คุ้มค่าต่อการทำหรือไม่ ที่นี่มีคำตอบ

รากฟันเทียม คืออะไร คุ้มค่าต่อการทำหรือไม่ ที่นี่มีคำตอบ
สารบัญเนื้อหา

“การทำรากฟันเทียมคืออะไร?” คำถามนี้มักจะเกิดขึ้นมากมายว่ารากฟันทำเทียมคืออะไร เจ็บหรือไม่ ใครเหมาะกับการทำรากฟันเทียม จริงๆ แล้วการทำรากฟันเทียม หรือการฝังรากฟันเทียมเป็นส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ ในการปลูกหรือฝังรากเทียมแบบถาวร นอกจากนี้การทำรากฟันเทียมเป็นการรักษที่จะทดแทนฟันที่เสียไปที่ดีที่สุด รวมไปถึงรากฟันเทียมเป็นวิธีการรักษาที่เป็นที่นิยมอีกด้วย

เมื่ออายุของเราเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพของฟันก็จะลดลงเรื่อยๆ ยิ่งใครที่ไม่ดูแลรักษาฟันให้ดี การเสื่อมสภาพของรากฟันของคุณก็จะมาถึงได้เร็วเช่นกัน การสูญเสียฟันแท้ชุดสุดท้ายไปถือเป็นเรื่องที่หลายๆ คนไม่อยากให้เป็น เพราะการต้องต้องมีฟันปลอมนั้นจะสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ด้วยการพัฒนาของการรักษาทางด้านทันตกรรมในทุกวันนี้ เราสามารถสร้างรากฟันขึ้นมาใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่แบบติดแน่น ทำให้การใช้ชีวิตของคุณเป็นปกติเหมือนเดิม

รากฟันเทียม

รากฟันเทียมคืออะไร

Dental Implant หรือ รากฟันเทียม คือ วิธีการรักษาฟันที่สูญเสียหรือเสื่อมสภาพไปให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยรากฟันเทียมจะทำจากไทเทเนียม เป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยและเข้ากับร่างกายของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี การทำรากเทียมมีความแข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนาน

โดยจะทำการฝังรากฟันเทียมเข้าไปยังตำแหน่งฟันที่เกิดความเสียหาย หรือฟันที่หายไป ด้วยการผ่าตัดนำรากฟันเทียมโลหะฝังลงไปในตำแหน่งของขากรรไกรเพื่อทดแทนตำแหน่งที่สูญเสียไป เพื่อให้รากฟันเทียมสามารถทำงานร่วมกับกระดูกขากรรไกรได้

ในการรักษาฟันโดยการใส่รากฟันเทียม คุณหมอฟันหรือทันตแพทย์จะนำฟันเทียมใหม่มายึดติดกับรากฟันเทียมอีกที เพื่อให้ฟันที่สูญเสียไปกลับมาใช้งานได้อย่างเดิม โดยรากฟันเทียมจะครอบฟันเทียมที่ยึดติดกับกระดูกขากรรไกรของเรา จะไม่มีวันหลุดออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน

ปัจจุบันการใส่รากฟันเทียมหรือการใส่รากฟันเทียมมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ออกแบบการทำรากเทียมโดยระบบดิจิตัลและระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้รับการรักษามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเคี้ยวการพูด สะดวกกว่าการต้องใส่ฟันปลอมแบบถอดได้อย่างแน่นอน โดยรากฟันเทียมจะมีอยู่ 3 องค์ประกอบด้วยกัน

องค์ประกอบของรากฟันเทียม

องค์ประกอบของรากฟันเทียม

ในการทำรากฟันเทียม จะมีส่วนประกอบหลักๆ อยู่ 3 ประเภท ดังนี้

1. Dental Implant คือ เป็นส่วนที่ฝังอยู่ใต้เหงือก ซึ่งจะเป็นสกรู (Screw) ที่ทำจากไทเทเนียม เพื่อยึดตัวฟันเทียมให้มั่นคงด้วยการฝังเข้าไปในกระดูกขากรรไกร

2. Abutment เป็นส่วนที่รับรองตัวครอบฟัน ถูกนำมาใช้ทดแทนโครงสร้างแกนฟัน ซึ่งจะอยู่ระหว่างรากฟันเทียมและครอบฟัน

3. ครอบฟันบนรากฟันเทียม หรือ Crown เป็นส่วนของตัวฟันที่ทำจากเซรามิก ที่มีสีและรูปร่างเหมือนฟันธรรมชาติ

รากฟันเทียมทำจากอะไร

ไทเทเนียมคือสิ่งที่ใช้ทำรากเทียมหรือรากฟันเทียม ที่มีความคงทนและเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับร่างกายมนุษย์ได้อย่างดี ซึ่งจะทันตแพทย์จะใส่รากฟันเทียมเข้าไปทำการยึดติดกับตัวครอบฟันที่ทำจากวัสดุเซรามิก ที่มีสีและรูปร่างเหมือนกับตัวฟันตามธรรมชาติ

รากฟันเทียม-2

ขั้นตอนการทำงานของรากฟันเทียม

สำหรับหลักการทำงานของรากฟันเทียม คือ การเปลี่ยนหรือสร้างฟันขึ้นมาใหม่แบบถาวร โดยรากฟันเทียมจะทำงานร่วมกับกระดูกขากรรไกร โดยจะต้องทำทีละขั้นตอน เมื่อรากฟันเทียมติดกับกระดูกขากรรไกรประสานกันได้สนิทแล้วก็จะทำการครอบฟันเทียมลงไป ให้กระดูกขากรรไรทำงานร่วมกับรากฟันเทียมอย่างมีประสิทธิภาพไม่เลื่อน หรือลื่นหลุดออกจากจุดที่ต้องการ เพื่อให้ฟันที่ทำรากฟันเทียมทำงานได้ตามปกติ ไม่ทำให้ฟันนั้นหลุดเคลื่อนที่ได้เหมือนกับฟันปลอมถอดได้ และให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าอีกด้วย

ประโยชน์ของการทำรากฟันเทียม

ประโยชน์ของการทำรากฟันเทียมหรือการฝังรากฟันเทียม ทำให้การใช้ชีวิตของคุณกลับมาเป็นปกติ สามารถพูดและรับประทานอาหารได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ การฝังรากฟันเทียมนี้ ช่วยในการทำฟันปลอม การครอบฟัน และที่ยึดฟันปลอมบนรากฟันเทียม มีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น และการทำรากฟันเทียมให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติในการพูดการเคี้ยว เพราะการทำฟันปลอมแบบธรรมดาจะให้ความรู้สึกไม่สบาย ไม่เป็นธรรมชาติ รู้สึกเจ็บนูน และหลุดเลื่อนได้ง่ายๆ

รูปแบบการทำรากฝันเทียม

ตรวจช่องปาก

Conventional Implant เป็นประเภทการทำรากฟันแบบดั้งเดิมและแม่นยำที่สุด อย่างไรก็ตามการรักษานี้มีระยะเวลาจำกัด หลังถอนฟัน จะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนกว่ากระดูกจะหายสนิท จากนั้นจึงใส่รากฟันเทียมและปล่อยให้กระดูกยึดติดกับพื้นผิวกับรากฟันเทียมต่อไปอีก 3-6 เดือนก่อนที่จะสวมที่ครอบฟันหรือมีการทำสะพานฟันบนรากเทียมนั้น

Immediate Implant Placement ใช้เวลานานกว่าแบบแรก อย่างแรกคือหลังจากการถอนฟัน จากนั้นจึงรอการใส่รากฟันเทียม ประมาณ 3-6 เดือน แล้วจึงมีการใส่ฟันปลอมหรือครอบฟันลงบนรากฟันเทียม เหมาะสำหรับฟันหน้าหรือฟันหลังที่มีกระดูกเพียงพอ ใช้ในการถอนฟันแล้วใส่รากฟันเทียม ควบคู่ไปกับการปลูกกระดูก คุณหมอฟันที่จะฝังรากฟันเทียมเฉพาะทางจะต้องประเมินความเป็นไปได้ของแต่ละสถานการณ์ รวมถึงการเอกซเรย์ 3 มิติ

Immediate Loaded Implant การฝังรากฟันเทียมแบบทันที หมายถึงการวางรากฟันเทียม สามารถฝังรากเทียมได้ในวันเดียวกันพร้อมกับครอบฟัน ข้อดีคือประหยัดเวลาได้มาก แต่ทันตแพทย์ที่จะฝังรากฟันเทียมควรประเมินโอกาสของแต่ละสถานการณ์อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น จำนวนกระดูกที่มีอยู่ ลักษณะของการถูกกัด รวมความคาดหวังในการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้เกิดปัญหาตามมาน้อยที่สุด

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม

วิธีการทำรากเทียม

1. ทันตแพทย์จะทำการตรวจช่องปาก เอ็กซเรย์ หรือ CT-Scan หากจำเป็นจะใช้คุณหมอฟันเฉพาะทางในการทำรากเทียม เพื่อประเมินความหนาของเนื้อเยื่อบนกระดูกขากรรไกร และสันเหงือก

2. อาจใช้การพิมพ์ปากเพื่อวางแผนการรักษาขึ้นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้น และกำหนดตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับฝังรากฟันเทียมไทเทเนียม

3. เตรียมพื้นที่สำหรับการฝังรากเทียม ซึ่งในกรณีที่มีกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ อาจจะต้องปลูกถ่ายกระดูกเพิ่มก่อน

4. ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ และทำการผ่าตัดเพื่อฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร

5. หลังจากนั้นฝังรากฟันเทียมประมาณ 2-3 เดือน ทันตแพทย์จะนัดมาทำครอบฟัน และติดตามผลหลังจากการผ่าตัด

รักษารากฟันเทียมมีกี่แบบ

รากเทียม แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
  1. รากฟันเทียม 1 ซี่ (Single-Tooth Implant) เหมาะสำหรับกรณีที่มีฟันซี่เดียวหายไป หรือหลายซี่แต่ไม่ได้อยู่ติดกัน
  2. รากฟันเทียมหลายซี่ (Multiple-Tooth Implant) เหมาะสำหรับกรณีที่ฟันหายไปจำนวน 2 ซี่ขึ้นไปที่อยู่ติดกัน โดยใช้การติดสะพานฟัน และจะมีแกนฟันที่เชื่อมต่อระหว่างรากฟันเทียมและสะพานฟันเอาไว้
  3. รากฟันเทียมทั้งปาก (Full-Mouth Implant) เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการทดแทนฟันบนหรือฟันล่างทั้งชุด โดยจะวางเรียงบนแนวเหงือกของคนไข้

รากเทียม แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

ฉีดรากเทียม

ในการวิธีการรักษาทางทันตกรรมโดยการใส่รากฟันเทียม Dental Implant ถือเป็นการทำฟันขึ้นมาใหม่ทั้งระบบเพื่อทดแทนฟันที่เสียหายหรือหมดสภาพไปในระยะยาว ซึ่งรากฟันเทียมเป็นสกรูไทเทเนียมที่คุณหมอทางทันตกรรมหรือทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมด้วยอุปกรณ์พิเศษให้เข้ากับกระดูกขากรรไกรแทนรากฟันเดิม

ในการทำรากฟันเทียมจึงต้องใช้ระยะเวลา เพื่อให้วัสดุเทียมและขากรรไกรหลอมรวมเข้าด้วยกัน หลังจากหลอมรวมแล้ว รากเทียมจะสามารถรองรับฟันเทียม หรือครอบฟันบนรากเทียมได้ ฝังรากเทียมมีประโยชน์ด้านการใช้งานและความสวยงามหลายประการ รวมไปถึงแก้ปัญหาต่างๆ ดังนี้

  • ฟื้นฟูลักษณะฟันที่เสียหาย หรือฟันที่หายไป
  • ปรับปรุงฟังก์ชั่นการกัดและเคี้ยวให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
  • การฝังรากเทียม เป็นรักษาเสถียรภาพของเนื้อเยื่อฟัน กราม และฟันข้างเคียงโดยรอบ
  • การฝังรากเทียมป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก

การปลูกรากฟันเทียมมีอัตราความสำเร็จสูงถึงประมาณ 95% และส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับหลายๆ คนที่ต้องการทำรากฟันเทียม เพราะวิธีการนี้ดีกว่าการฟันปลอมอย่างแน่นอน เพราะคุณจะสามารถบดเคี้ยวอาหารต่างๆ ได้อย่างปกติ และดูแลทำความสะอาด ใช้ไหมขัดฟันได้เหมือนกับฟันจริงๆ

ใครบ้างที่สามารถรับการรักษารากเทียมได้ ?

ปรับปรุงฟังก์ชั่นการกัดและเคี้ยว

ผู้ที่สามารถเข้ารับการรักษาโดยการใส่ รากเทียม คือ

  • ผู้ที่มีการสูญเสียฟันแท้จากอุบัติเหตุ หรือผู้ที่สูญเสียฟันจากการเสื่อมสภาพของฟันผู้ที่มีฟันแตก หัก ซึ่งจะต้องเข้าทำการรักษาด้วยการถอนฟันจากคุณหมอฟัน
  • ผู้ที่ทำฟันปลอมแบบถอดได้ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ
  • ผู้ที่ต้องการใส่ฟันเพียงซี่เดียว โดยฟันข้างเคียงยังอยู่ในสภาพดี
  • ผู้ที่มีปัญหากระดูกล่างขากรรไกรยุบตัวลงมาจากการใส่ฟันปลอมทั้งปาก
  • ผู้ที่ไม่ชอบในการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้
  • ผู้ที่ไม่ต้องการกรอฟันในการทำสะพานฟันติดแน่น
  • ผู้ที่มีสุขภาพดีหรือมีโรคประจำตัวที่สามารถควบคุมได้

ใครที่ไม่เหมาะในการทำรากฟันเทียม

ฟื้นฟูลักษณะฟันที่เสียหาย
  • ผู้ที่มีมีการอักเสบหรือติดเชื้อ อยู่ในบริเวณที่ต้องการฝังรากฟันเทียม
  • ผู้ที่มีโรคทางทันตกรรมอื่นๆ เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์
  • ผู้ที่มีมวลกระดูกไม่เพียงพอ เนื่องจากการทำรากฟันเทียมจำเป็นต้องมีมวลกระดูกที่หนาแน่นและเพียงพอที่จะยึดกับรากฟันเทียม กรณีมีมวลกระดูกน้อยคุณอาจต้องได้รับการปลูกกระดูกก่อนทำรากฟันเทียม
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ เพราะบุหรี่สามารถรบกวนกระบวนการหายของแผล ทำให้มีโอกาสสูงที่การทำรากฟันเทียมจะล้มเหลว แต่หากไม่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้ คุณหมอฟันอาจแนะนำตัวเลือกในการทดแทนฟันด้วยวิธีอื่น
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ หากคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่ คุณหมอฟันอาจเลื่อนการทำรากฟันเทียมออกไปเป็นหลังคลอด เนื่องจากความจำเป็นในการเอ็กซเรย์ ทั้งนี้ควรปรึกษาคุณหมอฟันก่อนการทำรากฟันเทียม

ระยะเวลาการทำรากฟันเทียม

ปลูกรากฟันเทียม

สำหรับรักษาปลูกรากฟันเทียม มีการแบ่งขั้นตอนในการรักษาเป็น 2 ครั้ง ในการแรกจะทำให้การฝังรากฟันเทียมลงไปในตำแหน่งที่ต้องได้รับการรักษา และรอเวลาประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูก (ขึ้นอยู่กับสภาพของกระดูกของผู้ป่วย) ในครั้งที่สอง มีการครอบฟันบนรากเทียมเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามปกติ รวมๆ แล้วระยะเวลาสิ้นสุดการรักษาจะอยู่ที่ 3-6 เดือน

การเตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม

การเตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม
  • เข้าปรึกษาคุณหมอทันตแพทย์ฝังรากเทียมที่มีความเชี่ยวชาญสูงเพื่อวางแผนการรักษา เช่น จำนวนการปลูกรากฟันกี่ซี่ที่ต้องการรักษา และจำเป็นต้องมีการปลูกกระดูกหรือไม่ขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอ 
  • ก่อนทำรากฟันเทียมควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว วางแผนการประเมินก่อนดำเนินการรากฟันเทียม เพื่อไม่ให้การฝังรากเทียม มีผลกระทบกับการมีโรคประจำตัวของคนไข้ และเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อตัวคนไข้
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องปลูกรากฟันเทียมหลายซี่หรือมีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างมีนัยสำคัญ อาจจำเป็นต้องเอ็กซเรย์ 3 มิติเพื่อวางแผนการรักษา

อาการหลังจากทำรากฟันเทียม

ด้วยการรักษาแบบรากฟันเทียมนั้นอาจจะมีการผ่าตัดหลายครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ เช่น เหงือกและใบหน้าบวม เหงือกหรือผิวอาจจะมีรอยช้ำ รู้สึกปวดบริเวณที่ใส่รากเทียม หรืออาจจะมีเลือดออกเล็กน้อย โดยอาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติและจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่ถ้าหากเวลาผ่านไปนานแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการหนักขึ้น ควรรีบปรึกษาศัลแพทย์ช่องปากทันที

ขั้นตอนการดูแลรักษารากฟันเทียมที่เหมาะสม

ขั้นตอนการดูแลรักษารากฟันเทียมที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่แข็งและเหนียวต้องเคี้ยวมาก เพราะอาจทำให้รากฟันเทียมหลุดออกได้ เพราะถ้าส่วนของรากฟันเทียมหลุดออกไป การซ่อมแซมรากฟันเทียมและใส่กลับเข้าที่ จะต้องเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากมากขึ้น
  • วินัยในการทำความสะอาดปากที่ดี เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพื่อรักษาสุขภาพฟันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างเหงือกอักเสบ ผู้ป่วยสามารถทำความสะอาดฟันมีการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากได้ตามปกติ เช่น แปรงฟันให้ถูกต้อง ใช้น้ำยาบ้วนปากหรือใช้ไหมขัดฟันหลังทานอาหาร และตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ และเพื่อให้รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีหน้าที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากมากมาย เช่น โรคเหงือกอักเสบ การติดเชื้อ ฟันผุ และมะเร็งในช่องปาก ส่งผลเสียกับรากฟันเทียมโดยตรง

ข้อดีของการใส่ รากฟันเทียม

  • สามารถใช้รากฟันเทียมแทนรากฟันธรรมชาติ ผู้สวมใส่รากเทียมจะรู้สึกราวกับว่ารากเทียมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ตำแหน่งฟันมีความเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยลดโอกาสการสูญเสียฟัน โดยปกติแล้วหากฟันธรรมชาติหายไปและไม่มีการรักษาทดแทน อาจทำให้ฟันข้างเคียงเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมไปสู่ปัญหาการสูญเสียฟันได้
  • ช่วยให้การพูดเป็นปกติมากขึ้น ข้อดีของรากฟันเทียมที่รักษาแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนยังมีฟันธรรมชาติอยู่
  • ช่วยให้การรับประทานอาหารเป็นปกติมากขึ้น รากฟันเทียมจะยึดติดกับเหงือกเหมือนรากฟันธรรมชาติ การป้องกันไม่ให้ขยับเหมือนฟันปลอมแบบถอดได้
  • ช่วยให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น
  • รากฟันเทียมไม่จำเป็นต้องกรอฟันข้างเคียง เพื่อที่จะเตรียมแนบสะพานฟันให้ติดกับฟัน แต่สามารถเจาะลึกลงไปในฟันที่จะแทนที่ได้เลย
  • รากฟันเทียมที่มีความทนทานสูง สามารถมีอายุการใช้งานอยู่ได้ตลอดชีวิตหากได้รับการดูแลและทำความสะอาดอย่างเหมาะสม และไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคเหงือก

ข้อเสียของการ รากฟันเทียม​

  • หากประสบอุบัติเหตุทำให้ฟันแท้หลุดหรือหัก จนต้องใส่รากฟันเทียม แต่อายุไม่ถึง 18 ปี จะไม่สามารถใส่รากเทียมได้ เพราะกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคปริทันต์อักเสบรุนแรง โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือผู้ที่มีปัญหาอื่นๆ จะต้องได้รับการพิจารณาจากคุณหมอฟัน ซึ่งจะประเมินการรักษาว่าสามารถใส่รากฟันเทียมได้หรือไม่
  • ใช้เวลานานในการรักษาในแต่ละขั้นตอน ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษารากฟันบางคนใช้เวลาเป็นปี
  • มีค่าใช้จ่ายในการรักษารากเทียมที่สูงกว่าการรักษาฟันแบบอื่นๆ

ทำไมต้องทำรากฟันเทียมกับ Dio Dental

สามารถเข้าทำการรักษารากฟันเทียมที่ Dio Dental เพราะที่ Dio Dental เป็นคลินิกทันตกรรมที่มีให้บริการรักษารากฟันเทียม โดยคุณหมอฟันหรือทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยตรง พร้อมเข้าไปดูแลปัญหาช่องมากด้วยเครื่องมือถือที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีในการวางแผนผ่าน Digital 3D และ CT-Scan มีแลป​ ออกแบบและผลิตชิ้นงานเซรามิก Zirconia ด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ทำให้การใส่รากฟันเทียมของผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย โดยทางดีโอ้มีผู้เข้ามารักษาการทำรากฟันเทียมมากกว่าสองพันซี่ จึงสามารถมั่นใจในทุกๆ ขั้นตอนการรักษาที่ Dio Dental คลินิกทันตกรรมชั้นนำของเมืองไทยได้เลย

ค่าใช้จ่ายในการรักษา การทำรากฟันเทียม

ราคาทำรากฟันเทียม

ค่ารักษารากฟันเทียม Digital ***เริ่มต้นที่ราคา 25,599 บาท/ซี่

  • รวมครอบฟัน Zirconia
  • FREE CT SCAN

สรุป

รากฟันเทียมเป็นการรักษาฟันที่เสียหาย หรือฟันที่หมดสภาพในการใช้งานตามอายุ นอกจากนี้รากฟันเทียมเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพื่อให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่สูญเสียฟันจากอุบัติเหตุ ผู้ที่มีฟันปลอมแบบถอดได้ และอื่นๆ สามารถเข้ามาปลูกรากเทียมได้ โดยรากฟันเทียมจะเข้ามาทดแทนรากฟันจริง ด้วยการรักษาทางทันตกรรมที่มีความปลอดภัย รากฟันเทียม สามารถมี อายุการใช้งานอยู่ได้นาน 10-20 ปีขึ้นไป แต่จะต้องหมั่นมาเช็คสภาพกับคุณหมอเป็นประจำ และขึ้นอยู่กับการดูแลตามคำแนะนำของคุณหมอฟันที่เหมาะสมอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. รากฟันเทียมคืออะไร ?

รากฟันเทียมเป็นการรักษาฟันที่เสียหาย หรือฟันที่หมดสภาพในการใช้งานตามอายุ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติอีกครั้ง

2. ทำรากฟันเทียมใช้เวลานานแค่ไหน ?

การทำรากฟันเทียม Dental Implant ในแต่ละขั้นตอนการทำรากฟันเทียมใช้เวลารวมกันประมาณ 3 เดือน โดยเฉพาะการ ฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูก หรือยึดติดกับกระดูกฝังไปในกระดูกขากรรไกรจะใช้เวลานานที่สุด และครอบฟันบนรากฟันใช้เวลาน้อยสุด

3. ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม

“ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม?” เป็นคำถามที่คนไข้มักจะเป็นการกังวล โดยส่วนใหญ่แล้วการทำรากฟันเทียมจะมีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อย เนื่องจากจะทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ และเมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้วคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเลย ส่วนอาการเจ็บหลังจากการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความแตกต่างของลักษณะสันกระดูก ปริมาณของกระดูก เป็นต้น

4. ใส่ฟันปลอมถอดได้สามารถใส่รากฟันเทียมได้หรือไม่ ?

ทำรากเทียมแบบถาวรในขณะที่ใส่ฟันปลอดอยู่ สามารถทำรากฟันเทียมได้ ซึ่งจะส่งผลดีกับการใช้ชีวิตมากขึ้น และยังสามารถฝังรากฟันเทียมทั้งปากได้ด้วย

5. อายุการใช้งานนานของรากฟันเทียม อยู่ได้นานแค่ไหน ?

เนื่องจากรากฟันเทียมทำมาจากไทเทเนียมที่มีความทนทาน เเละสามารถใช้งานได้เหมือนกันฟันจริง อายุการใช้งานจึงขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการทำความสะอาด ซึ่งจะสามารถอยู่ได้นานถึง 10-20  ปี หรืออาจจะนานกว่านั้นก็ได้เช่นกันขึ้นอยู่กับการดูแลที่เหมาะสมตามคำแนะนำของทันตแพทย์

6. การฝังรากเทียมลงไปในกระดูกใช้เวลาเท่าไหร่ ?

ทันตกรรมรากเทียม หรือการรักษาด้วยรากฟันเทียมไปในกระดูกขากรรไกร เวลาในการรักษาให้ติดกับกระดูกขากรรไกร ใช้เวลาในการรักษา ประมาณ 3 เดือน ถึง 6 เดือน

7. การใช้ฟันปลอม กับ การทำรากฟันเทียม แบบไหนดีกว่ากัน ?

การทดแทนฟันที่หายไป คุณหมอฟันหรือทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำรากฟันเทียมมากกว่าหากมีงบประมาณการรักษาเพราะ การทำรากเทียม ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติของเรา รักษาด้วยรากฟันเทียมที่ดีที่สุด ในกรณีมีงบไม่มากพอก็สามารถทำฟันปลอดไปก่อนได้

8. ใส่รากฟันเทียมแล้วจัดฟันได้ไหม ?

ปกติแล้วคุณหมอฟันหรือทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการจัดฟันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ก่อนที่จะทำรากฟันเทียม เพราะรากฟันเทียมหรือการฝังรากเทียมนั้นจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เหมือนฟันธรรมชาติ แต่ถ้าหากตำแหน่งที่จะฝังรากฟันเทียมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องเคลื่อนที่ ทันตแพทย์ก็อาจพิจารณาให้ทำรากฟันเทียมก่อนการจัดฟันได้

9. การเตรียมตัวทำทันตกรรมรากเทียม อย่างไร ?

ในกรณีที่ฟันเสียหายและจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยรากฟันเทียม ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมาก รากฟันเทียมเป็นการรักษาได้เลยทันที หรือในกรณีที่กำลังใช้ฟันปลอมแบบถอดได้และรู้สึกลำบากก็สามารถเข้ารับการทำฟันเทียมได้เลย

10. ทำรากฟันเทียม แพงไหม ?

การทำรากฟันเทียมจะมีราคาแพง และไม่ครอบคลุมอยู่ในประกันสุขภาพ และสำหรับสิทธิประกันสังคมก็ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการทำรากฟันเทียมได้

บทความที่เกี่ยวข้อง:

แชร์ผ่าน Facebook
แชร์ผ่าน Twitter
แชร์ผ่าน LinKedin