ความรู้ทันตกรรม

รากฟันเทียมกับฟันปลอม ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน ?

13

ก.ย.

รากฟันเทียม

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจนไม่สามารถรักษาได้และต้องถอนฟันทิ้ง หรืออาจมีการสูญเสียฟันไปจากอุบัติเหตุต่าง ๆ การจะทำให้การใช้ชีวิตเป็นปกติตัวเลือกของการรักษาในการทดแทนฟันที่เสียไปที่ได้รับความนิยมในตอนนี้คือการทำ “รากฟันเทียม” กับ “ฟันปลอม” ซึ่งอย่างที่รู้กันว่ารากฟันเทียมจะให้ประสบการณ์ที่ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับฟันปลอม ด้วยวิธีการรักษาทั้งสองแบบนี้มีกระบวนการและขั้นตอนที่ต่างกันมาก ๆ ทำให้การทดแทนฟันที่สูญเสียไปให้กลับมาใช้งานได้ใหม่จะมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน

ในการทำฟันปลอมทั่วไปถึงแม้ช่วงแรกจะเข้ากันดี แต่หากอยู่ไปสักระยะฟันปลอมก็จะเริ่มลื่นและเกิดการเคลื่อนตัวได้ระยะหนึ่ง เพราะการทำฟันปลอมเป็นการทำเฉพาะส่วนของฟันบนเหงือกเท่านั้น ไม่ได้มีรากฟันที่ฝังลึกลงไป การไม่มีรากฟันจะทำให้เกิดการสูญเสียมวลกระดูกที่เพิ่มขึ้น และทำให้ฟันปลอมไม่สามารถอยู่บนฐานได้อีกต่อไป เป็นเรื่องยากที่ฟันปลอมจะมีความมั่นคงยาวนาน ทำให้หลายคนที่ทำฟันปลอมจะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อฟันเริ่มเคลื่อน

แถมฟันปลอมที่ทำนั้นยังไม่ให้ความรู้สึกเหมือนกับฟันจริง ๆ ความสามารถในการเคี้ยวที่ไม่ดีเท่าฟันจริง ๆ  หลายคนต้องจำกัดการกิน หรือกลืนอาหารแทนการเคี้ยวเนื่องจากไม่สามารถเคี้ยวอาหารบางอย่างด้วยฟันปลอมได้ ทำให้การมีฟันปลอมไม่ได้ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมากนัก เพียงแต่ช่วยในเรื่องของความมั่นใจและไม่ทำให้ฟันล่มเท่านั้น หากคุณกำลังตัดสินใจระหว่างการทำฟันปลอม กับ การทำรากฟันเทียม ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนที่คุณจะตัดสินใจ

ข้อแตกต่างระหว่างการทำ รากฟันเทียม กับ ฟันปลอม แบบไหนดีกว่ากัน ?

  • ฟันปลอมมักจะต้องใส่ไว้ในปากโดยใช้กาวติดฟัน บางครั้งอาจต้องใช้กาวใหม่หลังมื้ออาหารเกือบทุกครั้ง แต่สำหรับฟันปลอมชนิดใส่รากฟันเทียมไม่ต้องใช้กาว สามารถอยู่ทนโดยไม่ต้องถอดออกมา
  • ต้องหมั่นถอดฟันปลอมออกเพื่อทำความสะอาด ยกเว้นฟันปลอมแบบยึดรากฟันเทียมแบบถอดได้ สำหรับการรักษาโดยใส่รากฟันเทียมสามารถดูแลได้ง่าย สามารถใช้แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันกับรากฟันเทียมได้เลย
  • ฟันปลอมแบบมีครอบหลังคาปาก ทำให้การรับรู้ในรสชาติเรื่องของการกินนั้นไม่สมบูรณ์ แถมยังรบกวนการรับรู้รสชาติหรือกิจกรรมปกติอื่น ๆ แต่การทำรากฟันเทียมคุณจะได้ฟันใหม่ที่ใช้งานได้เหมือนฟันจริง ๆ ไม่มีฐานเพดานปากให้กวนใจ
  • ฟันปลอมอาจหลุดออกมาขณะรับประทานอาหารหรือพูดได้ แต่รากฟันเทียมและฟันปลอมที่รองรับรากฟันเทียมจะยึดไว้อย่างแน่นหนาและไม่หลุดออกอย่างแน่นอน
  • การใช้ฟันปลอมในการเคี้ยวเป็นเรื่องยาก และคุณไม่สามารถกินอาหารที่ชอบหรือที่เคี้ยวยากได้ เพราะฟันปลอมสามารถขยับได้ในขณะที่คุณเคี้ยว ซึ่งเป็นเรื่องน่ารำคาญและทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจได้ง่ายขึ้น และยังทำให้เคี้ยวอาหารยากอีกด้วย  ซึ่งฟันปลอมโดยทั่วไปมีพลังเคี้ยวเพียง 10% หรือน้อยกว่า แตกต่างจากรากฟันเทียมที่มีพลังในการเคี้ยวเต็มที่ และสะพานฟันหรือฟันปลอมที่รองรับรากฟันเทียมก็ช่วยเพิ่มพลังในการเคี้ยวได้อย่างมาก
  • ฟันปลอมอาจเกิดเสียงคลิก ๆ ขณะรับประทานอาหารอยู่บ่อย ๆ  แต่สำหรับรากฟันเทียมหรือฟันปลอมที่รองรับรากฟันเทียม จะไม่มีเสียงคลิกที่น่ารำคาญอีกต่อไป
  • ฟันปลอมไม่ได้ช่วยกระตุ้นกระดูก ทำให้เกิดการสูญเสียมวลกระดูกได้ง่าย เพราะกระดูกขากรรไกรจำเป็นต้องมีการกระตุ้นการเคี้ยวด้วยแรงดันสูงเพื่อรักษาปริมาตร การทำรากฟันเทียมจะทำให้กระดูกขากรรไกรไม่สูญเสียมวลกระดูกไป 
  • การสูญเสียมวลกระดูกที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการใส่ฟันปลอมอาจทำให้ใบหน้ายุบได้ ในช่วงหลายปีที่ไม่มีการทำรากฟันเทียม การสูญเสียมวลกระดูกอาจทำให้ส่วนล่างหนึ่งในสามของใบหน้ายุบลง ทำให้เกิดริ้วรอยมากเกินไป ผิวหนังและแก้มเกิดความหย่อนคล้อย ทำให้ฝริมฝีปากบาง และรูปลักษณ์ที่จมลง สิ่งนี้อาจทำให้รูปลักษณ์ของบุคคลดูมีอายุมากขึ้นได้ การปลูกถ่ายจะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ รากฟันเทียม ทางเลือกที่ดีที่สุดของการทดแทนฟันใหม่

การทำ รากฟันเทียม จะต่างจากฟันปลอมมาก ๆ อย่างที่ได้อธิบายไปเมื่อตอนต้น ตรงที่สามารถจัดการกับการสูญเสียฟันทั้งด้านบนและด้านล่างของแนวเหงือกในการบูรณะฟันขึ้นมาใหม่โดยใช้รากฟันเทียม จะมีกระบวนการอยู่ 3 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ รากฟันเทียม จะเป็นสกรูที่ทำจาก “ไทเทเนียม” ที่ฝังเข้าไปในขากรรไกร ซึ่งจะใช้เวลาเพื่อให้รากฟันเทียมเชื่อมกับกระดูกขากรรไกรก่อน จากนั้นจะทำการ ครอบฟัน สะพานฟัน หรือใส่ฟันปลอมลงไป และสุดท้ายคือการยึดที่เชื่อมต่อกับรากฟันเทียม เพื่อให้ฟันปลอมแข็งแรงขึ้น

โดยพื้นฐานแล้วจะมีทางเลือกในการรักษาสำหรับทุกคนที่สูญเสียฟันไป คือการใส่ฟันปลอม , การใส่สะพานฟัน และการวางรากฟันเทียม ทาง Dio Dental คลินิกไม่แนะนำตัวเลือกแรกและสองเนื่องจากการเว้นช่องว่างด้านในฟันโดยไม่มีรากฟันแม้ว่าจะมองไม่เห็นก็ตาม ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่ดีและอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ฟันปลอมและสะพานฟันเป็นวิธีการรักษาและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเท่านั้น และทั้งสองก็ทำหน้าที่ทดแทนฟันที่หายไปได้ในระดับหนึ่ง ไม่สามารถทำให้การใช้งานของฟันเป็นปกติได้

ทำให้ทางเลือกที่ดีที่สุดของผู้ที่สูญเสียฟันไป เพื่อให้ฟันซี่นั้นกลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติและลดปัญหาต่าง ๆ การทำรากฟันเทียมจึงเป็นการรักษาที่ดีที่สุดในตอนนี้ ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตกลับมาเป็นปกติสามารถเคี้ยวอาหาร พูดคุย และดูแลรักษาฟันได้ โดยไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป เป็นการสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น คุณสามารถปฏิบัติกับรากฟันเทียมเหมือนกับฟันธรรมชาติของคุณได้เลย และอายุการใช้งานของรากฟันเทียมยังสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิต เพราะมีความแข็งแรงเหมือนกับฟันจริงของเรา

แชร์ผ่าน Facebook
แชร์ผ่าน Twitter
แชร์ผ่าน LinKedin
นัดเพื่อปรึกษาทันตแพทย์
บทความล่าสุด
หมวดหมู่